บทความPHYSICAL THERAPY

PHYSICAL THERAPY

กายภาพบำบัดคืออะไร? ทำไมเราถึงควรทำกายภาพบำบัด

ทำความเข้าใจบทบาทของกายภาพบำบัด ตั้งแต่การประเมินอาการปวดและการเคลื่อนไหว ไปจนถึงการฟื้นฟูหลังบาดเจ็บ หลังผ่าตัด Stroke และ IMC

นักกายภาพบำบัดกำลังตรวจประเมินการเคลื่อนไหวของผู้รับบริการ
01

เมื่ออาการปวดอาจเกี่ยวข้องมากกว่าการพักหรือรับประทานยา

เมื่อมีอาการปวดหลัง ปวดคอ บ่า ไหล่ บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา เคลื่อนไหวไม่สะดวก หรืออยู่ในช่วงฟื้นฟูหลังผ่าตัด หลายคนอาจคิดว่าการพักหรือรับประทานยาเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอ แต่อาการเหล่านี้บางครั้งอาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของกล้ามเนื้อ ข้อต่อ ระบบประสาท หรือรูปแบบการเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนแปลงไป

กายภาพบำบัด (Physical Therapy หรือ Physiotherapy) จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญที่ช่วยประเมิน รักษา และฟื้นฟูความสามารถในการเคลื่อนไหว เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน ทำงาน หรือเล่นกีฬาได้อย่างเหมาะสม

02

กายภาพบำบัดคืออะไร?

กายภาพบำบัดเป็นวิชาชีพทางสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการตรวจประเมิน ป้องกัน รักษา และฟื้นฟูความผิดปกติของการเคลื่อนไหวและการทำงานของร่างกาย โดยนักกายภาพบำบัดจะประเมินปัญหาและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

การรักษาทางกายภาพบำบัดไม่ได้มีเพียงการใช้เครื่องมือหรือการนวดเท่านั้น แต่สามารถประกอบด้วยหลายวิธี

  • การตรวจประเมินการเคลื่อนไหว กล้ามเนื้อ และข้อต่อ
  • การรักษาด้วยมือ (Manual Therapy)
  • การออกกำลังกายเพื่อการรักษา (Therapeutic Exercise)
  • การฝึกความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และการทรงตัว
  • การฝึกการเดินและการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน
  • การฟื้นฟูสมรรถภาพหลังการบาดเจ็บหรือหลังผ่าตัด
  • การใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัดตามข้อบ่งชี้
  • การให้คำแนะนำเกี่ยวกับท่าทาง การทำงาน และการออกกำลังกายที่เหมาะสม
03

ทำไมเราถึงควรทำกายภาพบำบัด?

เป้าหมายสำคัญของกายภาพบำบัดไม่ใช่เพียงทำให้อาการปวดลดลง แต่รวมถึงการค้นหาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับปัญหา ฟื้นฟูการเคลื่อนไหว และช่วยให้ร่างกายกลับไปทำกิจกรรมที่ต้องการได้อย่างมั่นใจ

ตำแหน่งที่รู้สึกปวดอาจไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่เกี่ยวข้องกับอาการ เช่น ผู้ที่ปวดเข่าอาจพบร่วมกับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสะโพกที่ลดลง การควบคุมการเคลื่อนไหวของขาที่ไม่เหมาะสม หรือข้อเท้าที่เคลื่อนไหวได้จำกัด นักกายภาพบำบัดจึงพิจารณาการเคลื่อนไหวและปัจจัยที่เกี่ยวข้องร่วมกัน

การทำกายภาพบำบัดอาจช่วยลดอาการ เพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อ เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และพัฒนาความสามารถในการเคลื่อนไหว เพื่อให้สามารถกลับไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

04

ฟื้นฟูหลังการบาดเจ็บและหลังผ่าตัด

หลังการบาดเจ็บหรือการผ่าตัด ร่างกายอาจมีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว กล้ามเนื้ออ่อนแรง การทรงตัวลดลง หรือยังไม่สามารถกลับไปทำกิจกรรมเดิมได้เต็มที่

โปรแกรมกายภาพบำบัดจะค่อย ๆ พัฒนาความสามารถตามระยะการฟื้นตัว ตั้งแต่การควบคุมอาการ การเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหว การสร้างความแข็งแรง ไปจนถึงการฝึกกิจกรรมเฉพาะบุคคล

05

ช่วยให้นักกีฬากลับไปเล่นกีฬาอย่างเหมาะสม

สำหรับผู้ที่บาดเจ็บจากการวิ่ง ฟุตบอล แบดมินตัน เวทเทรนนิ่ง HYROX หรือกีฬาอื่น ๆ เป้าหมายอาจไม่ได้จบเพียงแค่หายปวด

การฟื้นฟูทางกายภาพบำบัดสามารถพัฒนาไปสู่การฝึก Return to Running และ Return to Sport โดยประเมินความแข็งแรง การทรงตัว การควบคุมการเคลื่อนไหว และความพร้อมต่อกิจกรรมเฉพาะของกีฬา ก่อนเพิ่มระดับการฝึกอย่างเป็นขั้นตอน

06

ฟื้นฟูผู้ป่วยโรคทางระบบประสาทและผู้ป่วยระยะกลาง

กายภาพบำบัดมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูผู้ที่มีความผิดปกติทางระบบประสาท เช่น โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ซึ่งอาจมีปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรง การทรงตัว การเดิน หรือการทำกิจวัตรประจำวัน การฟื้นฟูจะปรับตามระดับความสามารถของแต่ละบุคคล

ผู้ป่วยระยะกลาง (Intermediate Care: IMC) โดยเฉพาะหลังผ่านภาวะเจ็บป่วยสำคัญ อาจยังมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวและการช่วยเหลือตนเอง นักกายภาพบำบัดมีบทบาทในการประเมินสมรรถภาพ วางโปรแกรมฟื้นฟู ฝึกการเคลื่อนไหว และให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยและครอบครัว

07

อาการแบบไหนที่ควรปรึกษานักกายภาพบำบัด?

คุณสามารถเข้ารับการประเมินทางกายภาพบำบัดได้เมื่อมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว เช่น

หากมีอุบัติเหตุรุนแรง แขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน พูดไม่ชัด เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หรือมีอาการที่สงสัยภาวะฉุกเฉิน ควรเข้ารับการประเมินทางการแพทย์โดยเร็ว

  • ปวดคอ บ่า ไหล่ หรือหลัง
  • ปวดเข่า สะโพก ข้อเท้า หรือข้อต่ออื่น ๆ
  • อาการที่สัมพันธ์กับการทำงานหรือออฟฟิศซินโดรม
  • บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา หรือกล้ามเนื้อและเอ็นได้รับบาดเจ็บ
  • เคลื่อนไหวติดขัด ข้อต่อเคลื่อนไหวได้น้อยลง กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือการทรงตัวลดลง
  • ต้องการฟื้นฟูหลังผ่าตัด หรือเตรียมกลับไปวิ่งและเล่นกีฬา
  • ผู้ป่วย Stroke หรือผู้ที่ต้องการฟื้นฟูระบบประสาท
  • ผู้ป่วยระยะกลาง (IMC) ที่ต้องการฟื้นฟูการเคลื่อนไหว
08

กายภาพบำบัดต้องทำกี่ครั้งถึงจะดีขึ้น?

ไม่มีจำนวนครั้งที่เหมาะกับทุกคน เนื่องจากระยะเวลาในการฟื้นฟูขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของอาการ ความรุนแรงของการบาดเจ็บ โรคประจำตัว เป้าหมายการรักษา ลักษณะการทำงาน รวมถึงความสม่ำเสมอในการออกกำลังกายและดูแลตนเอง

ก่อนเริ่มโปรแกรม นักกายภาพบำบัดควรตรวจประเมินและกำหนดเป้าหมายร่วมกับผู้รับบริการ เพื่อเลือกแนวทางและติดตามความก้าวหน้าอย่างเหมาะสม

09

กายภาพบำบัดไม่ใช่แค่รักษาอาการปวด แต่คือการพากลับไปใช้ชีวิต

หัวใจสำคัญของกายภาพบำบัดคือการช่วยให้ผู้รับบริการกลับไปทำสิ่งที่ต้องการได้ สำหรับบางคน เป้าหมายอาจเป็นการลุกจากเก้าอี้และเดินได้มั่นคงขึ้น ขณะที่บางคนต้องการกลับไปทำงานโดยไม่ถูกรบกวนจากอาการปวด หรือสำหรับนักกีฬา เป้าหมายอาจเป็นการกลับไปวิ่ง แข่งขัน และเล่นกีฬาอีกครั้ง

การรักษาจึงควรเริ่มจากการประเมินปัญหา กำหนดเป้าหมาย และออกแบบโปรแกรมที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล มากกว่าการใช้วิธีเดียวกันกับทุกคน

10

ปรึกษานักกายภาพบำบัด TREHAB Physiotherapy Clinic เชียงราย

หากคุณกำลังมีอาการปวดจากกล้ามเนื้อและข้อต่อ บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา อยู่ในช่วงฟื้นฟูหลังผ่าตัด ต้องการฟื้นฟู Stroke หรือกำลังเตรียมตัวกลับไปออกกำลังกาย สามารถเข้ารับการประเมินและวางแผนการฟื้นฟูร่วมกับนักกายภาพบำบัดได้

TREHAB ให้ความสำคัญกับการประเมินก่อนการรักษา วางเป้าหมายเฉพาะบุคคล และผสานการรักษากับการออกกำลังกายเพื่อการฟื้นฟู เพื่อช่วยให้คุณกลับไปเคลื่อนไหว ทำงาน และทำกิจกรรมที่คุณรักได้อย่างมั่นใจ โทร 092-939-0919

บริการประกอบด้วยกายภาพบำบัดที่คลินิก การฟื้นฟูการบาดเจ็บจากกีฬา Exercise Rehabilitation, Stroke Rehabilitation, IMC และกายภาพบำบัดที่บ้าน

ข้อควรทราบ

อาการและระยะเวลาการฟื้นฟูแตกต่างกันในแต่ละบุคคล หากมีอาการรุนแรง อาการผิดปกติใหม่ หรือสงสัยภาวะฉุกเฉิน ควรติดต่อสถานพยาบาลที่เหมาะสมทันที

← กลับไปหน้าบทความทั้งหมด